A Series Of Unfortunate Events

posted on 08 Mar 2009 00:42 by emptyme

- ผู้หญิงคนที่เรียกเต๋าว่าคนรัก หักหลังเต๋าด้วยการปันใจไปคบกับคนอื่น และพาเค้าไปมีอะไรกันที่ห้องของเราในตอนที่เต๋าไม่อยู่

- หลังจากเรื่องนี้ เต๋าก็เลยชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวกลางคืน เพราะอยากสนุกสนานเฮฮา ดีกว่ามานั่งคิดถึงเรื่องแย่ๆแต่พอตอนกลับ เจอด่านตรวจวัดแอลกอฮอล ซึ่งเต๋ามั่นใจว่าเต๋าไม่เมาแน่นอน เพราะมีสติสุดๆ ก็เลยกล้าเป่า พอเป่าไปปุ๊บ...งานเข้าเลย

เครื่อวัดแอลกอฮอลอ่านออกมาได้ 56 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ เกินกม.กำหนดมา 6 %

เค้าให้สูงสุดแค่ 50% ซึ่งนั่นเท่ากับเบียร์แค่ 1 กระป๋องเอง (พ่องสิฮะ กม.ปัญญาอ่อนมาก)

สุดท้ายก็ไปอยู่ที่สน.มักกะสันคืนนึง ประกันตัว 20000 บาท (ยังดี มีคนคุยให้ เลยไม่ต้องเข้าห้องขัง นั่งรอประกันตัวอยู่โซฟาสบายๆ - -')
ตอนเกือบๆเช้า ตี 5-6 โมงนู่นแหละกว่าจะได้กลับบ้าน
กลับไปก็ไม่ได้นอน ไม่กล้านอนกลัวหลับยาว เพราะต้องไปรายงานตัวที่สน.อีกที 9 โมงเช้า
เพื่อเตรียมพร้อมจะไปฟังพิจารณาคดี

 - อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ 7.30 เตรียมออกจากบ้านไปสน.มักกะสันอีก
ขับออกมาจากบ้านไม่ถึง 20 เมตร ได้ยินเสียง แพรดดด แฟบๆๆๆๆ....
ลงไปดู... ไอ้ชิบหาย!!! ยางแบน - -'

 - หัวสมองว่างเปล่า เริ่มเครียด เบลอ แต่ก็บอกตัวเองว่าต้องไปศาลให้ทัน
(ไม่งั้นมันยึดเงินประกัน 20000 ไปเลย แล้วก็โดนออกหมายจับ - -)
เลยวิ่ง ไปเรียกแทกซี่ รีบบึ่งไปสน.

 - สรุปศาลสั่งให้รอลงอาญา 2 ปี ยึดใบขับขี่ 6 เดือน
ปรับ 6000 บาท (แอลกอฮอล 5000 + ใบขับขี่หมดอายุ 1000)

 - วันนี้ได้พิสูจน์ใจเพื่อนบางคนอีกแล้ว ผลก็เหมือนเดิมอีกแล้ว
ผิดที่เราเองที่คิดว่าเคยช่วยเหลือดูแลเค้าไว้ตอนที่เค้าลำบาก

แล้วพอเราเดือดร้อนลำบากบ้าง เค้าจะช่วยเราคืน

Come One Day

posted on 26 Oct 2008 23:02 by emptyme

Singer : Adrian DeSilva
Name of Son : "Come One Day"
 

 If you don't care, if you don't try,
Then life will pass you by,
But you won't know, and time will show,
The fire burnt out long ago.
Gotta to keep on pushing
Push it everyday.
Trying every way.



Keep moving on, keep going now.
Keep pushing on your way.
Keep going now, don't hesitate.
Your dreams will come one day.
They will come oneday

 

Pushing it everyday,
Trying everyway.

 

Keep moving on, keep going now.
Keep pushing on your way.
Keep going now, don't hesitate.
Your dreams will come one day...

 

เพลงประกอบโฆษณา Johnnie Walker : The Pact

เพราะดี ความหมายก็ดี

This one for you, Boom.

posted on 26 Oct 2008 06:52 by emptyme

ถึงบูมเพื่อนรัก

เต๋าอยากขอโทษ ที่บางทีละเลย ไม่ได้ใส่ใจแกเท่าที่ควร ไม่รู้ว่าแกเจ็บ ไม่รู้ว่าแกป่วย
จนบางครั้งแกต้องทนทุกข์ทรมาณตั้งนาน กว่าเต๋าจะรู้ แล้วรีบพาไปหาหมอ

เต๋าอยากขอโทษ ที่ไม่สามารถหาเงินมารักษาขาแกให้กลับมาเดินเป็นปกติได้อีก

เต๋าอยากขอโทษ ที่ไม่ได้อยู่ด้วยตอนลมหายใจสุดท้ายของแกนะเจ้าบูม
เต๋าไม่คิดว่า เต๋าออกเดินทางไปหาคำตอบให้ตัวเองครั้งนี้ กลับมาจะไม่ได้เห็นหน้าแกอีก
ถ้าย้อนเวลาได้ เต๋าจะไม่ไปไหน จะอยู่ดูแลแกจนลมหายใจสุดท้าย
จะไม่ทิ้งให้แกต้องจากไปอย่างเดียวดายอย่างนี้
เต๋าขอโทษอย่างสุดหัวใจเท่าที่มนุษย์คนนึงจะสามารถทำได้

เต๋าอยากขอบคุณกับมิตรภาพดีๆ ขอบคุณที่เคยอยู่เคียงข้างเต๋ามาตลอด
ไม่ว่ายามทุกข์หรือสุข ยามเหงา ยามเศร้า...

ขอให้รับรู้ไว้นะ
ถึงแกจะเป็นหมา แต่เต๋าสามารถเรียกแกเต็มปากว่า "เพื่อน"
ได้มากกว่าเพื่อนบางคนที่เป็นมนุษย์ซะอีก
ถึงแกจะเป็นหมา อาจจะไม่รับรู้เรื่องอะไรมาก
แต่แค่มีแกมาอยู่ข้างๆ มันก็เป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดในโลกแล้ว



สุดท้าย เต๋าอยากบอกว่า
ถึงเราจะไม่ได้อยู่เคียงข้างกันตอนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
แต่จากนี้ไป "เจ้าบูม" แกจะอยู่ในหัวใจของมนุษย์คนนี้ตลอดไป

รักเพื่อนตัวนี้เสมอ
เต๋า

 

 

หลับให้สบาย...แล้วสักวันเราจะต้องได้พบกันใหม่

21 ตุลาคม 2551

ระหว่างทางที่รถออกมาจากข้าวสาร นั่งมองข้างทางมาตลอด

แต่จิตใจเหม่อลอย รถวิ่งมาถึงไหนแล้วก็ไม่รู้

จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จนได้สติเพราะกลิ่นตัวของไอ้ฝรั่งที่นั่งข้างๆ นี่แหละ

 

"เห้ย!! แม่งไม่อาบน้ำมากี่วันวะเนี่ย?!?" 

 

พอสติกลับมาครบ เพิ่งจะรู้ตัวว่า เผลอแปบเดียว เข้าวันใหม่แล้ว

เริ่มมองไปรอบๆ รถ ปรากฎว่า...

"อ้าว! นี่กูเป็นคนไทยคนเดียวบนรถเลยหรอเนี่ย??" 

 

ก็นั่งพยายามทำใจเย็นๆ คิดในใจว่าไม่เป็นไร ภาษาอังกฤษที่ครูบาอาจารย์สั่งสอน

สั่งให้ท่องจำปากเปียกปากแฉะจะได้ใช้งานก็วันนี้แหละ!

 

...

 

นั่งมาเรื่อยๆ ตี 2-3 นี่แหละ รถก็จอดพัก แถวๆ ประจวบฯ

ดึกๆ ขนาดนี้แล้ว อาหารง่ายๆ อย่างลูกชิ้นทอด จากร้านของฝากในปั๊มเล็กๆ ข้างทาง ถือว่าหรูแล้วละ

ไอ้เราก็โซ้ยแหลก ด้วยความหิว และด้วยความเมากลิ่นไอ้ฝรั่งข้างๆ หึหึ...

 

พักประมาน 30 นาที ก็ออกเดินทางกันต่อ

ตอนขึ้นรถก็แอบนึกในใจ สะใจเล็กๆ

"ฮ่าๆๆๆๆ กินไม่ได้ละสิมึ๊งงงงงง สมน้ำหน้า กลิ่นตัวแรงดีนัก กร๊ากกกกก"

 ...

 

ตี 5 กว่าๆ เกือบๆ 6 โมงเช้า รถบัสหรรษา (ตั้งแต่เมื่อไหร่?) ก็เดินทางมาถึงท่าเรือที่ชุมพร

นั่งหง่าวๆ หาว ง่วง อยู่สักพักก็เริ่มซน คว้ากล้องถ่ายรูปไปเดินเล่นริมชายหาด

หาดที่ชุมพร ตี5 กว่าๆ

...เรือประมงแถวๆ นั้น

น้ำเซาะทราย...

ไกลๆ ลิบๆ ลำนั้นแหละที่จะพาฉันไปหาคำตอบ

 

เดินลอยไปลอยมา ถ่ายรูปไปเพลินๆ

ฝรั่งบางคนมันก็มองๆ สงสัยแอบคิดว่า "ไอ้บ้้านี่ไม่เคยเห็นทะเลแน่ๆ" 

 

แต่สักพัก หลังจากฉันประเดิมไปแล้ว ก็มีฝรั่ง กับญี่ปุ่นแห่กันลงมาหากิจกรรมทำระหว่างรออีกเพียบ

ฉันก็ยังเดินถ่ายรูปต่อไปเรื่อย

 

สัมผัสน้ำทะเลครั้งแรกของการเดินทาง

 

เริ่มสว่าง ใกล้เวลาเรือออกเดินทางแล้วสิ

จัดแจงยกกระเป๋าเป้สะพายขึ้นหลัง หยิบตั๋วเดินไปคอนเฟิร์มเรียบร้อย...

 ป่ะ เดินไปขึ้นเรือกัน

 

...

 

ขึ้นเรือปุ๊บ รีบตรงไปหาที่นั่งริมหน้าต่างก่อนเลยคราวนี้

แถมแอบกั๊กที่ข้างๆ ไว้ด้วย กลัวแจ็คพอทเจอไอ้ฝรั่งตัวเหม็นนั่นอีก

 

...

 

เรือออกจากท่าที่ชุมพรมาได้สักพัก ก็มีฉายหนังให้ดู

ฉันก็ไม่ได้ดูสักเท่าไหร่ เพราะมัวแต่มองออกไปนอกหน้าต่างซะมากกว่า

เพราะฉันคิดว่า หนังหาดูเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สิ่งที่อยู่ข้างนอกหน้าต่างนั่นไม่ได้เห็นกันได้บ่อยๆ

 

แสงแรกของวันที่สวยงามจับใจ

ท้องฟ้า สวยราวกับภาพวาด

...

 

2 ชม. ผ่านไป เรือก็มาถึงเกาะนางยวน

ทีแรกได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นว่าเป็นยังไง

พอมองออกไปนอกหน้าต่าง สิ่งที่เห็นมันไม่ต่างอะไรจากเกาะสวรรค์

 

เกาะเล็กๆ แต่ดูอบอุ่น เป็นกันเอง และน่าอยู่

อ้อมมาอีกด้านนึงของเกาะ

มาเจอกับท่าเทียบเรือ เล็กๆ น่ารักดี

 

แต่... ไม่ใช่! จุดหมายของฉันไม่ใช่ที่นี่

พอส่งผู้โดยสารที่ลงเกาะนางยวนเสร็จ เรือก็ออกเดินทางต่อ

โดยมีหนุ่มไทยหน้ามึนคนเดิม นั่งติดใจความงามของเกาะนางยวนเดินทางไปด้วย...

 

ติดตามต่อตอน 3

18-19 ตุลาคม 2551

หลังจากนั่งๆ นอนๆ คิดอะไรหลายๆ เรื่องอยู่ที่บ้านซะนาน

ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้สักที กับหลายๆ อย่างที่เก็บไว้ในใจ

ก็เลยนึกถึงคำพูดนึงที่ว่า "การเดินทาง เป็นการเรียนรู้ชีวิตและโลกที่ดีที่สุด"

 

ก็เลยตัดสินใจ จะออกเดินทางไปทะเลที่ไกลๆ ไปให้ห่างจากเรื่องราวที่รุมเร้าจิตใจสักพัก

ค่ำคืนนั้น เลยรีบไปซื้อตั๋วรถบัส + เรือเฟอร์รี่ ไป/กลับ กรุงเทพฯ-เกาะพะงัน ของบริษัทลมพระยา ที่ข้าวสารมาในราคา 1900 บ.

 

20 ตุลาคม 2551

ถึงวันเดินทาง รถออกเวลา 21.00น. ต้องไปขึ้นรถที่ข้าวสาร

ระหว่างรอ นั่งเงียบๆ คนเดียวอยู่ในถนนข้าวสารที่พลุกพล่าน

นั่งมองดูผู้คนมากมาย หลายชีวิต หลายที่มา ...หลายที่ไป

...

พนง.บาร์หาลูกค้า ฝรั่งขี้นกเดินจีบหญิงไทย คู่รักชาวญี่ปุ่นมองหาที่พัก

ทหารอเมริกาขาเสียรอขึ้นรถ วัยรุ่นเด็กแนวจับกลุ่มกันมาเที่ยว

...

 

..

 

นั่งมองผู้คนไป ก็นึกถึงคำพูดนี้ขึ้นมา

"ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร จะยิ่งใหญ่มาจากไหน แต่คุณก็เป็นแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ บนโลกใบนี้อยู่ดี"

 

..

 

.

 

เผลอแป๊บเดียว อ้าว! เค้าเรียกไปคอนเฟิร์มตั๋ว รอขึ้นรถแล้ว

 

...

 

รถบัสปรับอากาศ 2 ชั้น ที่เต็มไปด้วยชาวต่างชาติค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากจุดจอดรถช้าๆ...

โดยมีหนุ่มไทย ที่ในหัวเต็มไปด้วยคำถาม นั่งโดยสารไปด้วยอย่างเงียบๆ คนเดียว...